จริงหรือ ( อยากรู้ต้อง ดู )

เลือกForums

30 posts / 0 new
กระทู้ล่าสุด
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
จริงหรือ ( อยากรู้ต้อง ดู )
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
เตือนภัย ยาตัวใหม่ ( จากเฟรสบุคส์ )
เตือนสาวๆ กับภัยรูปแบบใหม่ แค่ช่วยถือแก้วน้ำ หวิดเอาชีวิตไม่รอด แก๊งมิจฉาชีพชาย-หญิง ขับรถตู้ ทำทีจอดรอผู้โดยสาร เลือกเหยื่อผู้หญิง เหยื่อรายนี้เล่ามา เย็นวันหนึ่งรอรถตู้โดยสารตรงสุทธิสาร จะกลับบ้านย่านดาวคะนอง ระหว่างรอรถ มีป้าขอให้ 'ช่วยถือแก้วน้ำ' มีน้ำแข็งกับน้ำ อ้าง..! จะหยิบของในกระเป๋า.. เธอ รับแก้วน้ำมาถือ ไม่ถึง 5 นาที รู้สึกชาไปทั้งตัว บังคับตัวเองไม่ได้ แล้วยังเดินตามป้าขึ้นรถตู้ ในรถมีหญิงอีก 2 คนสลบอยู่ เธอจึงแกล้งหลับ จากนั้นรถตู้ก็ขับวนไป อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วขึ้นทาง เตือนสาวๆ กับภัยรูปแบบใหม่ แค่ช่วยถือแก้วน้ำ หวิดเอาชีวิตไม่รอด แก๊งมิจฉาชีพชาย-หญิง ขับรถตู้ ทำทีจอดรอผู้โดยสาร เลือกเหยื่อผู้หญิง เหยื่อรายนี้เล่ามา เย็นวันหนึ่งรอรถตู้โดยสารตรงสุทธิสาร จะกลับบ้านย่านดาวคะนอง ระหว่างรอรถ มีป้าขอให้ 'ช่วยถือแก้วน้ำ' มีน้ำแข็งกับน้ำ อ้าง..! จะหยิบของในกระเป๋า.. เธอ รับแก้วน้ำมาถือ ไม่ถึง 5 นาที รู้สึกชาไปทั้งตัว บังคับตัวเองไม่ได้ แล้วยังเดินตามป้าขึ้นรถตู้ ในรถมีหญิงอีก 2 คนสลบอยู่ เธอจึงแกล้งหลับ จากนั้นรถตู้ก็ขับวนไป อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วขึ้นทางด่วนบางนา พามาจอดที่ โลตัสพัทยา จังหวะแก๊งมิจฉาชีพลงไปคุยกันหน้ารถ เธอจึงเปิดประตู วิ่งไปหากลุ่มวินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง... เจอพลเมืองดี เป็นวิศวกรให้เพื่อนขับมาส่งที่สี่แยกบางนา พ้นเงื้อมมือได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นสามีพาไปตรวจที่โรงพยาบาล นอนให้น้ำเกลืออยู่3วัน และหมอวินิจฉัย แจ้งว่าตอนนี้มี "ยาตัวใหม่ " รับเข้าร่างกายทางผิวหนังได้ ทำให้เกิดอาการชาอย่างที่เธอเป็น และเธอไม่ใช่เหยื่อรายแรก จึงฝาก"เตือนภัย!!" เอาไว้.... cr. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ภาพโดย พระธนวรรธน์ แซ่เจน เพจ 12call! ---------------------------------------- /// แอดมิน ป.ปลา ...
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
จากเฟรสบุคล์
ต้นไม้แก่ ขอฝนจากเมฆก้อนน้อย เมฆก้อนน้อยตอบเพียงว่า น้ำฝนมีอยู่น้อย กลัวว่ามันคงจะไม่พอให้ต้นไม้แก่ได้ชื่นใจ วันต่อมา เมฆก้อนน้อยก็ยังคงบอกเช่นเดิม มันน้อยไป จึงไม่พร้อมที่จะให้ เมฆก้อนน้อยจึงเดินทาง และพยายามสะสมฝน เพื่อที่จะให้มันมากพอ พอที่จะทำให้ต้นไม้แก่ได้ชื่นใจ เมื่อมีปริมาณมากพอ เมฆน้อยจึงกลับมา แต่สิ่งที่พบข้างหน้า มีเพียงซากต้นไม้แก่ที่ตายแล้ว เมฆน้อยได้แต่ร้องไห้แล้วถามว่าทำไม ความพยายามของฉัน ไม่มีค่าเลยเหรอ ชายหนุ่มที่นั่งใต้ต้นไม้จึงได้แหงนหน้า แล้วบอกเมฆน้อยไปว่า " การที่เราจะให้อะไรแก่ใครสักคนที่เรารัก มันไม่ต้องรอให้มากพอหรือรอความพร้อมอะไรหรอก ให้เท่าที่มี ก็ทำให้คนรับชื่นหัวใจได้ ความพยายามเป็นสิ่งที่ดี แต่มันก็มีเวลาเป็นเงื่อนไขนะ อย่าไปรอให้รวย ถึงจะทำอะไรให้คนที่เรารัก อย่าไปรอให้พร้อม ถึงจะทำอะไรให้คนที่เรารัก เพราะคนที่เรารัก อาจไม่มีเวลามากพอที่รอเรา " แล้วก่อนที่ต้นไม้แก่จะจากไป เขาฝากบอกเธอไว้ว่า ถ้าเห็นเธอผ่านมา ให้บอกเธอว่า เขารักเธอ เมฆน้อยได้แต่หลั่งน้ำตาออกมาเป็นเม็ดฝนอย่างไม่ขาดสาย ให้กับต้นไม้ที่ไม่มีวันแตกใบให้ได้เห็นอีกต่อไป ตลอดกาล อ่านกี่ทีก็ชอบ..เพราะเตือนสติได้ดีมาก...ในสิ่งที่เรามองข้าม บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ ครอบครัวเรากลับเล็กลง เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้วแต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง ทุกวันนี้ ทุกบ้านมีคนหา รายได้ได้ถึง 2 คน แต่การ หย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจากนี้ไปขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้าง ว่าเพื่อโอกาสพิเศษ เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิต อยู่คือโอกาสที่พิเศษสุดแล้ว จงแสวงหา การหยั่งรู้ จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความอยาก จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป ชีวิตคือ โซ่ห่วงของนาที แห่งความสุข ไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้ เอาคำพูดที่ว่า "สักวันหนึ่ง……" ออกไปเสียจากพจนานุกรม บอกคนที่เรารักทุกคนว่า เรารักพวกเขาเหล่านั้น แค่ไหน อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตาม ที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย เราไม่รู้เลย ว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง และเวลานี้…. ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลา ที่จะ copy ข้อความนี้ ไป ให้คนที่คุณรักอ่าน แล้วคิด ว่า "สักวันหนึ่งค่อยส่ง" คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่ง ตรงนี้ เพื่อทำอย่างที่คุณ ต้องการอีกก็ได้
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
มีเรือสำราญลำหนึ่ง
มีเรือสำราญลำหนึ่ง เจอมรสุมทางทะเล บนเรือ มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง เกาะซากเรือ ว่ายน้ำกระเสือกกระสน มาจนถึงเรือชูชีพ แต่กลับพบว่า บนเรือชูชีพ หนาแน่ไปด้วยผู้คนที่หนีตาย พอจะมีที่ว่างแทรกตัวได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น สามีดันภรรยาออกไปข้างหลัง และรีบปีนขึ้นไปบนเรือชูชีพทันที ภรรยาจ้องมองสามี มือก็เกาะซากเรือที่ค่อยๆจมลง พร้อมกับตะโกนไปที่สามีประโยคหนึ่งว่า.... ---------------------------- เล่าถึงตอนนี้, อาจารย์ถามนักเรียนในชั้นเรียน: พวกเธอเดาซิ! ผู้หญิงจะตะโกนว่าอะไร? พวกนักเรียนต่างพากันโกรธเกรี้ยวและพูดว่า: ...ฉันเกลียดคุณ ...ฉันมันตาบอดที่แต่งงานกับคุณ ณ.บัดดล อาจารย์สังเกตุเห็นนักเรียนคนหนึ่งทำหน้าเศร้า ไม่พูดไม่จาตลอดเวลาที่ครูเล่าเรื่อง ก็เลยถามนักเรียนคนนั้นว่าเธอคิดยังไงกับเรื่องนี้? นักเรียนคนนี้พูดว่า... อาจารย์คะ หนูคิดว่าผู้หญิงคงจะตะโกนว่า "ดูแลลูกเราให้ดีๆนะคะ" อาจารย์ตกใจ ถามว่า เธอเคยได้ยินนิทานเรื่องนี้แล้วหรือ? นักเรียนสั่นหัวตอบ "ไม่เคยค่ะ แต่ตอนที่แม่หนูป่วยหนัก ก่อนตายก็ได้พูดแบบนี้กับพ่อหนู" อาจารย์ซึ้งใจและพูดว่า... คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ถูกต้องจ้ะ ---------------------------- เรือจมลงไปแล้ว เรือชูชีพได้รับการช่วยเหลือจากเรือประมงที่ผ่านมา เมื่อผู้ชายกลับไปถึงบ้าน, เขาเลี้ยงดูบุตรสาวตามลำพังจนเติบโต หลายปีผ่านไป ผู้ชายป่วยตาย, ลูกสาวจัดข้าวของของพ่อ พบไดอารี่เล่มหนึ่ง เมื่อเปิดอ่านดูจึงรู้ว่า ที่แท้...พ่อกับแม่ไปเที่ยวเรือสำราญ เพราะแม่เอง ก็ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เงื่อนเวลาแห่งความเป็นความตายเท่ากัน พ่อจึงฉวยโอกาสเดียวที่จะรอดชีวิตนี้ กลับมาดูแลลูกสาวที่ยังเยาว์วัย เขาเขียนในไดอารี่ว่า... ที่รัก! ฉันอยากจะจมลงใต้ทะเลไปพร้อมเธอ แต่ฉันทำไม่ได้ เพื่อลูกสาว ฉันจำต้องปล่อยให้เธอ นอนหลับยาวอยู่ใต้ทะเลลึกเพียงลำพัง เมื่อนิทานเล่าจบ ห้องเรียนเงียบกริบ อาจารย์รู้ว่า...นักเรียนต่างก็เข้าใจนิทานเรื่องนี้กันหมดแล้ว ---------------------------- ความดีและความชั่วในโลกนี้ บางครั้ง ดูสับสนไม่ชัดเจนจนแยกแยะไม่ออก เพราะฉะนั้น อย่าตัดสินคนอื่นแบบผิวเผิน คนที่ชอบแย่งจ่ายบิลก่อน ไม่ใช่เพราะมีเงินมากไป แต่ให้ความสำคัญของมิตรภาพมากกว่าเงินทอง เวลาทำงาน คนที่ยินดีทำมากกว่าคนอื่น ไม่ใช่เขาโง่ แต่เขารู้หน้าที่ หลังจากทะเลาะกัน คนที่ขอโทษก่อน ไม่ใช่เขาผิด แต่เขารู้จักทนุถนอมคนข้างกาย คนที่ยอมช่วยเหลือคุณ ไม่ใช่เขาติดค้างอะไรคุณ แต่เขาเห็นคุณเป็นเพื่อนแท้ คนที่ส่งข่าวสารให้คุณบ่อยๆ ไม่ใช่ว่างจนไม่มีอะไรทำ แต่เพราะว่าในใจเขานึกถึงคุณ คุณคิดอย่างไร?? หวังว่าบทความนี้คงมีความหมายกับคุณบ้าง
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
http://www.liveleak.com/user
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
นี้ก้อมีด้วย...

นี้ก้อมีด้วย...

อย่างนี้ก็มีด้วย!? 'โรคจิ๋มล็อค' อุบัติเหตุที่ปู๋ของคนรัก ก็เสี่ยงจะโดนล็อคได้เช่นกัน 0SHARESShare on FacebookShare on Twitter Tweet...
WWW.CATDUMB.COM
 

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
ระวัง! 6

ระวัง! 6 โปรแกรมอันตรายที่ไม่ควรติดตั้ง

   แชร์ให้เพื่อนดู

 
เมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีประกาศเตือนถึงประชาชน เรื่องโปรแกรมอันตราย
ที่ไม่ควรหามาติดตั้ง ซึ่งเป็นผลต่อยอดมาจากโปรแกรม Baidu IME ที่เป็นปัญหาไป
เมื่อช่วงต้นปี 2014 โดย Baidu บริษัทโปรแกรมของจีน ได้เข้ามาเปิดสาขาในญี่ปุ่น
และได้ปล่อยใช้งานโปรแกรมและแอพฯ สำหรับคอมพิวเตอร์และมือถือ
ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่าโปแกรมเหล่านี้ มีการ Spy ข้อมูลการใช้งานของยูสเซอร์
และส่งไปยังกลุ่มเมฆเก็บข้อมูล ที่อยู่ในประเทศจีน อันเป็นการละเมิดสิทธิ
เพราะข้อมูลที่ Baidu ทำการ Spy ได้นั้น ไม่ได้มีเฉพาะข้อมูลการใช้งาน
แต่มันยังรู้ไปข้อมูลส่วนตัวและรหัสผ่านต่างๆของคนนั้นๆ 
และตอนนี้นอกเหนือจาก Baidu IME แล้ว ทางรัฐบาลญี่ปุ่นยังแจ้งเตือนประชาชน
ถึง 6 โปรแกรมอันตราย ที่ไม่ควรติดตั้ง ทั้งในคอมพิวเตอร์และมือถือ เรามาดูกันว่า
มีโปรแกรมอะไรบ้าง ส่วนมากก็มาจาก Baidu ทั้งนั้น
1.  Baidu PC faster ทุกรุ่น เชื่อว่าชาวคอมพิวเตอร์ทั้งหมดคงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้า
โปรแกรมตัวนี้ในยุคนี้ มันคือโปรแกรมป้องกันไวรัสฟรี และยังช่วยเพิ่มความเร็ว
ในการทำงานของคอมพิวเตอร์คุณด้วย ทว่ามันทำงานมากเกินไปจากที่ควรจะเป็น
มันจะแอบติดตั้งโปรแกรมที่เราไม่ต้องการ และยังลบโปรแกรมหรือรีจิสเตอร์
ที่จำเป็นออก จนทำให้รีจิสเตอร์และโปรแกรมอื่นๆในเครื่องรวน
สุดท้ายก็ต้องลงวินโดว์ใหม่
 2.  Baidu Spark Browser โปรแกรมเล่นเน็ตของ Baidu ที่ยังคงแสบไม่แพ้
โปรแกรมป้องกันไวรัส ถ้ามองดูเฉพาะฟีเจอร์ของมันแล้วก็ดูน่าสนใจดี
แต่อันตรายของมันก็ยังเหมือนเดิมครับ คือมันเป็น Spyware ที่ดักของมูลการ
ใช้งานของยูสเซอร์ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ประเทศจีน
 3. Baidu pc app store โปรแกรมร้านรวมของสรรพสิ่งใน PC ทุกอย่างที่
คุณต้องการ เพียงหาในโปรแกรมนี้ เพียงคุณบอกมันว่าอยากได้โปรแกรมอะไร
มันก็จะค้นหามาให้คุณได้ แต่ในความสะดวกนั้นคุณก็ต้องแลกกับการที่มัน
ทำตัวเป็นมัลแวร์ เกาะติดคอยล้วงข้อมูลและแทกแซงเครื่องคุณอยู่ตลอดเวลา
 4. AppsHat คราวนี้ไม่ใช่ของ Baidu แล้ว มันเป็นโปรแกรมฟรีของ Somoto
ที่ช่วยคุณหา android apps ที่ต้องการได้ง่ายขึ้น แต่มันเป็นไวรัสชนิด Adware
ชนิดหนึ่งที่จะคอยส่งโฆษณาสุดน่ารำคาญมาให้คุณดูเรื่อยๆ แถมลบมันออก
ไม่ง่ายด้วยนะ
 5. Hao123 อันนี้แม้ไม่ใช่ชื่อ Baidu แต่มันก็เป็นของเครือ Baidu เหมือนกัน
เจ้าตัวนี้จริงๆแล้วมันเป็นชื่อเว็บไซต์หนึ่ง ที่รวมลิงค์เว็บต่างๆเอาไว้ด้วยกัน
ในเว็บเดียว เพื่อให้คุณท่องเว็บได้สะดวก เพียงเข้าหน้านี้ก็มีลิงค์เว็บต่างๆ
ให้เลือกเยอะ แต่ก็เต็มไปด้วยโฆษณาจำนวนมาก และมันแอบแฝงเป็นไวรัส
บังคับให้ตั้งหน้าเว็บมันเป็นโฮมเพจ ในโปรแกรมเล่นเน็ตของเราด้วยนะ
แน่นอนว่าลบออกยากด้วย
6. 555..in.th เว็บรวมสารพัดลิงค์ ที่คล้ายๆกับ Hao123 แต่อันนี้ของไทยเราเอง
มันเป็นไวรัสตัวหนึ่งที่จะมาบังคับใช้เราตั้งมันเป็นหน้าแรกโฮมเพจของโปรแกรม
เล่นเน็ตที่เราใช้ และสร้างความรำคาญให้เรามาก หากเราไม่ต้องการจะใช้มัน
แถมยังลบออกยากด้วยเช่นกัน
สรุปสาเหตุที่ญี่ปุ่นแบนโปรแกรมดังกล่าวนี้ ก็เพราะมันทำงานเหมือนเป็นไวรัส
ที่ละเมิดสิทธิ์ของผู้ใช้นั่นเอง ซึ่งมีหลายลักษณะ ทั้ง Malware, Adware, Spyware
ก็แนะนำว่าไม่ควรหาโปรแกรมเหล่านี้มาใช้กันจะดีกว่าครับ เพราะมันอาจเป็นต้นเหตุ
ที่ทำให้เราโดนแฮกข้อมูลได้นะ ตามรายงานที่ว่าไทยเป็นประเทศที่โดนแฮกมาก
เป็นอันดับ 2 ของโลก เพราะมีคนใช้โปรแกรมเหล่านี้อยู่ถึงสามล้านคนที่มา: http://www.siam55.com/news24245.html

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
ล้ำสุด! "ทีวีม้วนได้"..
ล้ำสุด! “ทีวีม้วนได้”…บางเบา แขวนผนังโดยใช้แม่เหล็ก! SHARETWEETEMAIL lg featured Athithan Athithan in Discover & Innovation May 21, 2015 LIKE KIITDOO ON FACEBOOK ทีวีอาจเคยเป็นปัญหาเกี่ยวกับการตกแต่งห้องของคุณใช่หรือไม่ วันนี้ LG มีทางเลือกใหม่มานำเสนอ กับทีวีแสนบางเบา และเป็น “ทีวีม้วนได้” ด้วยความหนาเพียง 1 mm น้ำหนักเพียง 1.9 kg สามารถแขวนผนังได้โดยแม่เหล็ก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตัวที่โชว์ยังเป็นเพียงโปรโตไทป์เท่านั้น กำลังอยู่ในการพัฒนา แต่ LG เชื่อว่า มันต้องได้รับความนิยมมากๆ อย่างแน่นอน T 1 LG Display โดยเจ้าทีวีตัวนี้จากเกาหลีนั้น คือนวัตกรรมล่าสุดก็ว่าได้ โดยสามารถติดทีวีไว้กับผนังโดยใช้เสื่อแม่เหล็ก โดยการลอกทีวีออกจากผนังนั้นสามารถทำได้โดยนำทีวีออกจากตัวเสื่อแม่เหล็ก โดยเทคโนโลยีล่าสุดของ LG นั้น ใช้วัสดุเป็น polyimide แทนพลาสติก โดยมีข้อดีคือน้ำหนักเบากว่าบางกว่าและตอบรับกับรัศมีความโค้งได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ เทคโนโลยี OLED นั้นยังสามารถเปล่งแสงออกมาได้เองโดยไม่ต้องใช้หน่วยไฟในการส่องแสงเทียบกับ LCD รุ่นเดิม T 2 LG Display ทีวีรุ่นก่อนในปี 2012 ความหนา 4 mm. ความกว้าง 55 นิ้ว เทคโนโลยี OLED ที่ช่วยให้ภาพคมชัด สีสด กว่าแบบ LCD นวัตกรรมนี้ใช้เวลาพัฒนากว่า 1 ปีครึ่ง ในขณะที่การพัฒนา LED ใช้เวลากว่าทศวรรษ ลักษณะทีวีรุ่นที่ออกมาใหม่นี้จะ มีหน้าจอใหญ่ โดยคาดว่าจะพัฒนาไปได้ถึงขนาด 99 นิ้ว แต่อย่างไรก็ดี คาดว่า OLED จะยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายโดยทั่วไปภายในระยะเวลา 5 ปีนี้แน่นอน แต่ในอนาคตคาดว่าเทคโนโลยี OLED นี้จะอยู่ในผลิตภัณฑ์ทั่วไป รวมถึงโทรศัพท์มือถือด้วย 1363982142289 LG Display โดยในขณะนี้ Samsung, LG และ Sony ได้นำหน้าจอ OLED มาใช้แล้ว T 4 LG Display ผู้ผลิตทีวียักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ LG ต่างพยายามจะพัฒนาเทคโนโลยีตัวนี้ให้มีราคาถูกลง และสามารถตีตลาดให้มากขึ้น H/T: DailyMail เห็นรูปร่างหน้าตาทีวีม้วนได้แบบนี้ อยากได้บ้างมั้ยล่ะ แล้วอย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนๆดูด้วยนะ
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
 www.youtube.com/watch?v
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
พ่อสอนลูกสาวคุณพ่อถามลูกสาวที

พ่อสอนลูกสาว

คุณพ่อถามลูกสาวที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่น

"อยากรู้ไหมว่าในมือพ่อมีอะไร"

ลูกสาวพยักหน้า

"ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น ๓ ที"
ลูกสาวทำตาม
"ไม่พอ ต้อง ๕ ที" 
และเปลี่ยนเป็น ๑๐ ที จนถึง ๑๕ ที จนลูกสาวเริ่มร้องอุทธรณ์
"โอ้โฮ แล้วเมื่อไหร่จะทราบเสียทีคะว่า ในมือพ่อมีอะไร"
เมื่อคุณพ่อแบมือออก ในมือมันก็แค่เหรียญ ๕ บาทธรรมดาๆ นี่เอง คุณพ่อหัวเราะ แล้วกำเหรียญ ๕ บาทเอาไว้เหมือนเดิม
"อยากดูอีกไหม ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น ๑๐ ที"
"หนูรู้แล้ว ไม่อยากดูแล้วค่ะ"
"เอ้า ... เขกพื้นทีเดียวก็ได้"
"ก็เห็นแล้ว ไม่อยากดูอีกแล้ว เบื่อ"
"ถ้าอย่างนั้น ให้ดูฟรีๆ ก็ได้"
พ่อแบมือออก ลูกสาวก็ดูไปอย่างนั้นเอง คุณพ่อจึงสอนว่า
"นี่แหละลูก อะไรที่เป็นความลับ คนเรามักจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สมปรารถนา อยากดู อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อสมปรารถนาแล้ว ดูบ่อยๆ ก็มักจะเบื่อ ต่อให้ดูฟรี ๆ ยังไม่อยากจะดูเลย 
สิ่งที่พึงหวงแหนที่สุดสำหรับลูกผู้หญิงมันเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าลูกให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควร มันก็จะไม่มีค่าอะไร ไม่ต่างกับเหรียญ ๕ บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีๆ นี่หรอกนะ"
แชร์ และ ไลค์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น และตัวเองได้บุญ

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
 

เห็นมีประโยชน์เลยมาบอกต่อ

วิธีกันขโมยรถยนต์ง่ายสุด ถูกสุด 
1.เลื่อนเบาะคนขับไปหน้าสุดจนชิดพวงมาลัย
2.นำกุญแจเกรดดีหน่อย คล้องรูล๊อคขาเบาเพื่อไม่ให้เลื่อนเบาะกลับมาได้ 

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
 
เลข 0

คุณหาได้มาก หาได้หลายทาง มีความสามารถได้ด้านการหาเงินและใช้เงินได้พอๆกัน

แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีรายจ่ายเข้ามาไม่หยุดหย่อนทำให้คุณเก็บเงินแทบไม่อยู่เลย

เลข 1

คุณเป็นคนมีความสามารถได้ด้านการหาเงินแบบสุดๆ เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

 คุณจะสามารถร่ำรวยจากการเสี่ยงอย่างมีเหตุผล และประสบความสำเร็จด้าน

การเงินอย่างมากหากคุณตั้งใจจริง

เลข 2

คุณเป็นคนใช้เงินเก่งมากโดยเฉพาะในเรื่องกิน ความสวยงามและการท่องเที่ยว

แต่โชคดีที่มีคนอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่เสมอการเงินของคุณขึ้นอยู่กับความขยันและสติปัญญา

เลข 3

มีเหตุให้ต้องใช้จ่ายเงินอยู่แทบตลอดเวลา มีเงินเข้ามาก็ไหลออก

คุณเป็นนักวางแผนการเงินที่ดีแต่ว่าไม่สามารถหาวิธีการปิดช่องโหว่ของการเงินที่ไหล

ออกได้เลย หามาได้เท่าไหร่ก็เก็บไว้ไม่ได้

เลข 4

รู้จักการใช้การจ่ายอย่างมีเหตุผล คำพูดของคุณสามารถดึงเงินเข้ากระเป๋า

ได้ไม่ยากเลย การตัดสินใจของคุณเป็นสิ่งสำคัญมากในการบริหารเพราะ

คุณจะสามารถประสบความสำเร็จทางการเงินด้วยไหว

เลข 5

คุณมีแนวคิดสร้างสรรค์ เป็นตัวของตัวเอง ประสบการณ์และการเรียนรู้ของคุณ

ทำให้คุณมีความสามารถที่โดดเด่นยิ่งขึ้น

เลข 6

คุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการหาเงิน ความมั่นคง และการทำธุรกิจมาก

คุณเป็นคนใช้เงินอย่างมีเหตุผลและเก็บเงินอยู่ คุณสามารถประสบความสำเร็จด้านการเงินได้

เลข 7

คุณเหมาะมากกับอาชีพเกี่ยวกับการลงทุน เล่นหุ้น และอสังหาริมทรัพย์ เพราะอาชีพเหล่านี้

จะทำให้คุณสามารถเก็บเงินได้

เลข 8

คุณเป็นคนที่มีไหวพริบ เคยหกล้ม เจ็บหนักแต่ก็สามารถลุกขึ้นมาได้

แต่ต้องระวังความใจอ่อนของตัวคุณเองไว้บ้าง การเงินถึงจะมั่นคง

เลข 9

คุณเป็นคนรักสงบและมีวิธีการเก็บเงินที่แยบยล คุณหาเงินเก่ง ใช้เงินเป็น

และชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอแต่พลังแห่งความดีนั้นจะทำให้คุณ

กลายเป็นที่รักของคนรอบข้าง 

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! เมื่อไทยเปลี่ยนระบบไฟฟ้าจาก ๑๑๐ โวลท์ เป็น ๒๒๐ โวลท์!!

9 กันยายน 2558 10:02 น.
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! เมื่อไทยเปลี่ยนระบบไฟฟ้าจาก ๑๑๐ โวลท์ เป็น ๒๒๐ โวลท์!!
การเปลี่ยนระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้าน

        เมื่อผมเล่าเรื่องเก่าๆ ให้คนรุ่นใหม่ฟังว่า สมัยก่อนเราใช้ระบบไฟฟ้าแรงดัน ๑๑๐ โวลท์ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น ๒๒๐ โวลท์จนทุกวันนี้ และเปลี่ยนเมื่อปี ๒๕๐๓ มานี่เอง หลายคนทำท่าไม่อยากจะเชื่อ
       
       ในปีที่ว่า บ้านเมืองเราก็พัฒนาไปไกล มีไฟฟ้าใช้กันทั่วทุกมุมเมืองแล้ว การเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้จะต้องเปลี่ยนหลอดไฟ เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างกันทั้งเมือง แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร
       
       เช่นตอนนี้ ถ้าเราไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากอเมริกาที่ใช้ระบบไฟ ๑๑๐ โวลท์มา แล้วเสียบปลั๊กใช้ในเมืองไทยที่ใช้ไฟ ๒๒๐ โวลท์ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อชั้นดีแค่ไหน รับประกันกี่ปีก็ตาม เพียงไม่ถึงนาทีก็จะมีกลิ่นไหม้ออกมา แล้วหมดสภาพไปเรียบร้อย
       
       เช่นเดียวกับหลอดไฟฟ้าที่ใช้กับระบบ ๑๑๐ โวลท์ เมื่อใช้กับกระแสไฟ ๒๒๐ โวลท์ ก็จะสว่างวาบแล้วดับสนิท เพราะไส้หลอดถูกเผาละลายจากความร้อนของกระแสไฟที่แรงเกินจะรับ
       
       การจะเปลี่ยนระบบ ๑๑๐ โวลท์มาเป็น ๒๒๐ โวลท์ จึงต้องเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น หลอดไฟทุกหลอด และเปลี่ยนหมดทั้งเมือง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
       
       แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราเปลี่ยนกันมาแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๓ เป็นต้นมา
       
       หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เรามีปัญหาเรื่องกระแสไฟฟ้ากันมากเพราะผลิตไม่พอใช้ ต้องใช้วิธีลดความดันในการจ่ายกระแสลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเฉลี่ยให้ใช้กันได้ทั่วถึง แม้จะทำให้หลอดไฟหรี่มีแสงสลัวลง ก็ยังดีกว่าไม่มีไฟฟ้าใช้
       
       กรุงเทพฯตอนนั้น ซึ่งก็คือจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี มีโรงไฟฟ้าอยู่ ๒ โรง โรงที่วัดเลียบ เชิงสะพานพุทธฯ เป็นของบริษัทไฟฟ้าไทยคอร์เปอเรชั่น จำกัด ที่ฝรั่งชาติเดนมาร์คได้รับสัมปทานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จ่ายไฟให้จังหวัดพระนคร-ธนบุรีเขตใต้ กับโรงไฟฟ้าหลวงสามเสน สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เช่นกัน เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย จ่ายไฟให้พระนคร-ธนบุรีเขตเหนือ โดยใช้แนวคลองบางกอกน้อย คลองบางลำพู คลองมหานาค และคลองแสนแสบแบ่งเขตกัน
       
       ส่วนต่างจังหวัดก็ตั้งโรงไฟฟ้าของตัวเองแต่ละจังหวัด เป็นของเทศบาลบ้าง ของเอกชนบ้าง แต่ปั่นไฟใช้เฉพาะกลางคืน ต่อมารัฐบาลขอร้องให้เปิดในตอนเช้าด้วย เพื่อประชาชนจะได้ใช้เปิดวิทยุฟังข่าวสาร
       
       ตอนสงคราม โรงไฟฟ้าทั้งวัดเลียบและสามเสนถูกระเบิดพังทั้ง ๒ โรง ลองนึกภาพดูเมื่อทั้งกรุงเทพฯ คือพระนคร-ธนบุรีไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องหันไปใช้ตะเกียงและเทียนไขอยู่หลายเดือน
       
       พอสงครามสงบในเดือนสิงหาคม ๒๔๘๘ โรงไฟฟ้าวัดเลียบเร่งซ่อมเพียง ๔ เดือนก็ส่งกระแสไฟฟ้าได้อีก และส่งให้เขตสามเสนด้วย แต่โรงไฟฟ้าสามเสนรัฐบาลกลับไม่สั่งให้ซ่อม จนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๔๙๑ จึงเพิ่งตื่น พอสำรวจก็พบว่าอุปกรณ์ต่างๆ ถูกระเบิดทำลายไปไม่เท่าไหร่ ที่เสียหายมากก็เพราะถูกทิ้งให้จมน้ำ ตากแดดตากฝน ที่สำคัญถูกขโมยอุปกรณ์ไปมาก
       
       คณะกรรมการใช้เวลา ๑ ปี ๒๘ วันก็ซ่อมเสร็จ เริ่มจ่ายไฟได้ในวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๔๙๒ แม้จะมี ๒ โรงแล้วไฟฟ้าก็ไม่พอใช้อยู่ดี เพราะมีความต้องการเพิ่มขึ้นมาก ก่อนสงครามความต้องการไฟฟ้าของจังหวัดพระนครและธนบุรีมีเพียง ๑๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ แต่หลังสงครามเพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่า เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยหลั่งไหลเข้ามา อย่าง พัดลม เตารีด กาต้มน้ำ เครื่องหุงต้มไฟฟ้า และตู้เย็น โรงทอผ้าวัดสร้อยทองกับโรงปูนซีเมนต์บางซื่อซึ่งปั่นไฟใช้เอง ได้ส่งกระแสไฟมาช่วยถึง ๑๘,๐๐๐ กิโลวัตต์ ไฟฟ้าก็ยังหรี่ๆ ดับๆ อยู่เสมอ รัฐบาลต้องขอร้องให้งดใช้เครื่องไฟฟ้าทุกชนิดในช่วงเวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น. แม้แต่ตู้เย็นก็ขอให้ปิด
       
       ในปี ๒๔๙๘ เกิดสถานีโทรทัศน์แห่งแรกขึ้น คือช่อง ๔ วิกบางขุนพรหม และในปี ๒๕๐๑ ก็เกิดช่อง ๕ วิกสนามเป้า แม้ยังเป็นทีวีขาวดำทั้งคู่ก็เป็นที่นิยม ความต้องการกระแสไฟจึงมีมากขึ้น ทำให้กระแสไฟตกเปิดทีวีไม่ได้ หลายบ้านจึงต้องใช้หม้อแปลงที่เรียกว่า“เสต็ปอัพ-เสต็ปดาวน์”ช่วย
       
       ในปี ๒๔๙๒ บริษัทไฟฟ้าของฝรั่งหมดสัมปทาน รัฐบาลจึงเข้าดำเนินการเอง เปลี่ยนชื่อเป็นไฟฟ้ากรุงเทพ เป็นรัฐวิสาหกิจขึ้นกับกรมโยธาเทศบาลเช่นกัน จนในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๐๑ จึงได้รวมการไฟฟ้ากรุงเทพกับการไฟฟ้าหลวงสามเสนเข้าด้วยกัน เป็นการไฟฟ้านครหลวง
       
       ตั้งแต่ก่อนสงคราม รัฐบาลได้คิดหาทางจะแก้ปัญหาการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่พอใช้มาตลอด ดำริที่จะนำพลังน้ำตกที่จังหวัดกาญจนบุรีมาผลิตกระแสไฟฟ้า ต่อมาก็วางแผนจะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำแควใหญ่ที่แก่งเรียง เหนือตัวจังหวัด แต่ก็เกิดสงครามขึ้นเสียก่อน หลังสงครามจึงสร้างเขื่อนยันฮีขึ้นที่จังหวัดตาก และตัดสินใจเปลี่ยนระบบแรงดันไฟฟ้าจาก ๑๑๐ โวลท์มาเป็น ๒๒๐ โวลท์ ก่อนที่จะมอบหน้าที่การผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งหมดให้การไฟฟ้ายันฮีในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๔
       
       เหตุผลในการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าจาก ๑๑๐ โวลท์มาเป็น ๒๒๐ โวลท์ ก็เพราะสามารถจ่ายไฟได้เป็น ๔ เท่าของระบบ ๑๑๐ โวลท์โดยใช้สายขนาดเดียวกัน แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟ ซึ่งในขณะนั้นมีอยู่ราว ๑๖๐,๐๐๐ ราย ใช้งบประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท แต่ก็คุ้มค่ากับการพัฒนาประเทศในระยะยาว
       
       การเปลี่ยนระบบนี้ แน่นอนว่าหลอดไฟทุกหลอดในเมือง และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นภายในบ้านไม่สามารถรับระบบใหม่ได้ การไฟฟ้านครหลวงจึงรับผิดชอบ ส่งช่างเข้าเปลี่ยนหลอดไฟและบาลลาสหลอดฟลูเรสเซนต์ตามบ้านให้ทั้งหมด ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นเตารีด เครื่องหุงต้ม ตู้เย็น ก็ดัดแปลงให้เป็น ๒๒๐ โวลท์ พัดลมขนาดเล็กก็ติดตั้งหม้อแปลงลดแรงดันไฟฟ้าให้ ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าก็พันมอเตอร์ให้ใหม่ บางอย่างก็ต้องเอาไปดัดแปลงที่โรงงาน
       
       การไฟฟ้านครหลวงได้กู้เงินจากกองทุนเพื่อพัฒนาของสหรัฐอเมริกามา ๔๐๐ ล้านบาท และเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงภายในบ้านผู้ใช้ไฟตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๓ เป็นต้นมา กำหนดว่าสัปดาห์หนึ่งจะทำได้ ๙๐๐-๑,๐๐๐ ราย คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปลายปี ๒๕๐๗ โดยเริ่มจ่ายไฟระบบใหม่ไปทีละเขต แต่ปรากฏว่า ๔ เดือนแรกจนถึงปลายปี ๒๕๐๓ สามารถเปลี่ยนได้เพียง ๑,๙๑๖ รายเท่านั้น เพราะช่างยังไม่มีความชำนาญและกำลังคนไม่พอ จึงเปิดรับสมัครช่างไฟฟ้าและผู้สำเร็จวิชาไฟฟ้าจากวิทยาลัยเทคนิกกรุงเทพมาเสริม งานจึงเดินได้คล่องขึ้น
       
       ส่วนงานด้านการเปลี่ยนแปลงระบบจ่ายไฟของการไฟฟ้านครหลวงเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องใหม่และเรื่องใหญ่ จึงต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาแนะนำ โดยด้านวิศวกรรมไฟฟ้าได้จ้างบริษัท White Engineering Corporation มาเป็นผู้ฝึกอบรมผู้จะเข้าทำงานด้านการวางสาย ให้รู้จักเครื่องมือต่างๆ และการไต่เสาด้วยเครื่องมือทันสมัย อบรมการปฐมพยาบาลผู้ถูกกระแสไฟฟ้า ฝึกพนักงานขับรถไฟฟ้า และจัดทำคู่มือเพื่อความปลอดภัยให้แก่พนักงาน
       ส่วนการวางผังงานที่ต้องขยายใหญ่ออกไป ได้จ้างบริษัท Commonwenth Service Inc. มาเป็นที่ปรึกษา       
       ในที่สุด งานที่ดูว่าใหญ่และยากที่จะเป็นไปได้ ก็สำเร็จลงด้วยการเริ่มด้วยก้าวแรก จนสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าไปทั่วประเทศ โดยไม่มีการหรี่ๆ ดับๆ อย่างสมัยก่อนอีก       
    แต่ถ้าวันนี้เกิดมีใครอุตริคิดจะเปลี่ยนกลับไปใช้กระแสไฟในระบบ ๑๑๐ โวลท์อีก ก็เป็นเรื่องของคนประสาทเสียอย่างแน่นอน และไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว เพราะตัวเลขเมื่อปลายปี ๒๕๕๗ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตต้องจ่ายกระแสไฟให้ผู้ใช้ทั่วประเทศกว่า ๒๑ ล้านราย ไม่ใช่แค่ ๑๖๐,๐๐๐ รายอย่างที่เปลี่ยนครั้งก่อน 

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! เมื่อไทยเปลี่ยนระบบไฟฟ้าจาก ๑๑๐ โวลท์ เป็น ๒๒๐ โวลท์!!
การเดินสายไฟฟ้าในคลองบางหลวง
 

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! เมื่อไทยเปลี่ยนระบบไฟฟ้าจาก ๑๑๐ โวลท์ เป็น ๒๒๐ โวลท์!!
พนักงานการไฟฟ้านครหลวงตรวจสายในการเปลี่ยนระบบ
 

 

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
– นำขวดพลาสติกมาเจาะรูด้านข้างหรือตัดขวดตามแนวขวางประมาณ 1/4 บริเวณส่วนหัวขวด แล้วจึงนำส่วนที่ตัดแล้วสอดกลับเข้าไปในตัวขวด โดยให้ปากขวดหงายขึ้น (ดังภาพ) บริเวณก้นขวดให้เจาะรูเพื่อทำเป็นที่แขวนผูกติดกับต้นไม้
 – ส่วนวิธีการล่อให้มดแดงเข้ามาอยู่ในคอนโดนั้น ทำได้โดยใช้เหยื่อจำพวกแมลงอบแห้ง (อบด้วยแสงแดด) เช่น จิ้งหรีด แมงเม่า แมงจินูน เป็นต้น ใส่ลงไปในรังเทียม หากเป็นแมลงตัวใหญ่ใช้ประมาณ 5-6 ตัว แต่หากเป็นแมลงตัวเล็กจะต้องใส่จำนวนมากหน่อยประมาณ 15-20 ตัว
การทำคอนโดให้มดแดงอยู่นี้ไม่ได้หมายความว่า มดแดงจากต้นไม้ทุกต้นจะคาบไข่เข้ามาอยู่ในคอนโดทุกอัน เท่าที่สังเกตพบว่า หากต้นไม้ต้นไหนมีรังเล็ก มดแดงจะเข้ามาคาบเหยื่อจากรังเทียมกลับไปที่รังของตนเองบนต้นไม้ จะไม่คาบไข่เข้ามาอยู่ในคอนโด แต่เราจะได้เห็นขนาดของรังใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มดที่คาบไข่ลงมาอยู่ในคอนโดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นมดแดงที่มีรังขนาดใหญ่ ๆ มีประชากรเยอะ ๆ และระยะเวลาการคาบไข่มาวางไว้ในคอนโดก็จะแตกต่างกัน บางต้นใช้เวลาเพียง 2 วัน มดก็พากันเอาไข่เข้ามาวางไว้ในรังเทียมแล้ว บางต้นอาจจะใช้เวลา 10-15 วัน ไปจนถึง 1 เดือน และเมื่อมดแดงเข้ามาอยู่แล้วจะไม่ต้องการเหยื่อเพิ่ม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่เหยื่อเข้าไปในคอนโดที่มีมดแดงเข้ามาอาศัยอยู่แล้ว แต่จะต้องคอยเติมอาหารในคอนโดที่มดยังไม่เข้ามาอยู่ เพื่อเลี้ยงเขาให้เจริญเติบโต อีกอย่างที่ต้องพึงระวัง หลังจากที่มดแดงเข้ามาอยู่ในคอนโดแล้วคือ ต้องคอยดูแลอย่าให้ใครมาทำลายรังมดบนต้นไม้เด็ดขาด มิฉะนั้นมดแดงจะขนไข่จากคอนโดกลับไปจนหมด แต่ส่วนตัวแล้วก็ยังไม่เคยทดลองว่า ถ้าเราเอาไข่ออกมาจนหมดคอนโดแล้ว มดแดงยังจะอยู่ในคอนโดอีกหรือเปล่า หรือถ้าไข่ฟักเป็นตัวหมดแล้ว และหมดฤดูวางไข่ไปแล้ว มดแดงจะยังอยู่ในคอนโดต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้จะต้องศึกษากันต่อไการทำคอนโดไข่มดแดงให้ประสบความสำเร็จ นั้นต้องทำควบคู่กับการเลี้ยงมดแดง ซึ่งจะต้องให้อาหารจำพวกแมลงอบแห้ง และน้ำผสมน้ำหวาน โดยข้อดีของการทำคอนโดมดแดงคือ การลดการทำลายรังและประชากรของมดแดง อีกทั้งหากเลี้ยงในเชิงพาณิชย์จะช่วยให้ผู้เลี้ยงเก็บไข่มดแดงได้สะดวกสบายขึ้น เราสามารถเลือกเก็บไข่มดแดงได้ และทำให้ทราบถึงปริมาณไข่มดแดงที่จะเก็บขายได้
 
อย่างไรก็ตามงานดังกล่าวยังอยู่ในช่วงของการวิจัยและเก็บข้อมูล อีกทั้งยังอยู่ในกระบวนการทดลองว่าทำอย่างไรมดแดงจึงจะคาบไข่เข้ามาอยู่ในคอนโดมากที่สุด ซึ่งผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้เรื่องดังกล่าวสามารถรวมกลุ่มกันประมาณ 15-20 คน แล้วติดต่อขอเข้าไปศึกษา โดยทางสวนป่ามหาชีวาลัยมีโปรแกรมให้เข้ามาศึกษาเรื่องดังกล่าว เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน เกษตรกรที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สวนป่า มหาชีวาลัยอีสาน เลขที่ 33 บ้านปากช่อง ตำบลสนามชัย อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ หรือพูดคุยกับ พ่อครูสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ได้ที่โทร. 08-1760-1337
 คอนโดไข่มดแดง เป็นวิธีการที่น่าสนใจมาก สำหรับใครที่ต้องการทำเพื่อเลี้ยงเป็นอาหารก็นับว่าง่ายมาก ส่วนใครที่สนใจทำเพื่อการค้าขายหรือเชิงพาณิชย์ จึงยังต้องทดลองเลี้ยงและลองเก็บผลผลิตดูว่า ไข่มดแดงในคอนโดที่เลี้ยงนั้นเมื่อเก็บซ้ำๆมดแดงยังจะเข้ามาทำรังต่อหรือไม่ อีกทั้งนอกฤดูกาลของไข่มดแดงยังสามารถทำได้ไหม เพราะจาก คอนโดไข่มดแดง ของพ่อครูสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ยังไม่ได้สรุปเรื่องนี้ แต่นับว่าเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นของวงการเกษตร ที่เมื่อใครเห็นโอกาสแล้ว สามารถทำเพื่อเลี้ยงชีพหรือเป็นธุรกิจแบบต้นทุนต่ำได้เป็นอย่างดี
 ขอบคุณข้อมูล คอนโดไข่มดแดง จาก เกษตรกรก้าวหน้าwww.facebook.com/agriculturemag
เรียบเรียงโดย บางกอกทูเดย์

Read more:http://www.goodday24.info/?p=752#ixzz3paU705dv

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
ต้นหญ้า แทนยางพารา 

guayule-5

guayule-7

การเก็บเกี่ยวสามารถใช้รถเครื่องจักรกลเกษตรคล้ายๆ ที่ใช้ในไร่ทั่วไปจึงทำให้สามารถไม่ต้องใช้แรงงานมาก 1 คนอาจสามารถเก็บได้ถึง 500 ไร่ต่อวัน หลังจากเก็บแล้วขั้นตอนการบด และแยกน้ำยางด้วยน้ำสามารถทำเป็นระบบอัตโนมัติได้ไม่ยาก ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลหรือเป็นส่วนผสมของไม้พาติเกิลบอร์ดได้อีก

การเก็บเกี่ยวสามารถใช้รถเครื่องจักรกลเกษตรคล้ายๆ ที่ใช้ในไร่ทั่วไปจึงทำให้สามารถไม่ต้องใช้แรงงานมาก 1 คนอาจสามารถเก็บได้ถึง 500 ไร่ต่อวัน หลังจากเก็บแล้วขั้นตอนการบด และแยกน้ำยางด้วยน้ำสามารถทำเป็นระบบอัตโนมัติได้ไม่ยาก ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลหรือเป็นส่วนผสมของไม้พาติเกิลบอร์ดได้อีก

ตอนนี้บริษัทวิจัยและพัฒนาสำเร็จแล้ว คาดว่าจะใช้แทนยางพาราได้ในปี 2020 และจะสนับสนุนให้ปลูกทั่วโลกเพื่อทดแทนยางพาราให้ได้ 100%ในปี 2050 ครับ เราจะปรับตัวกันอย่างไรดี? คงต้องเริ่มคิดแล้วใช่ไหม ชาวญี่ปุ่นนั้นเป็นนักคิดนักวิจัยและพัฒนาข้าวของเครื่องใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขาจะคิดค้นหาสิ่งแปลกใหม่ นอกกรอบอยู่เสมอ และพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนั้นน้ำยางจากพืชชนิดนี้ยังสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆได้หลากหลายอีกด้วย


ที่มา : http://pantip.com/topic/34526920

ภาพประกอบ : อุบลวันนี้

พืชดังกล่าวคือ "เดนดิไลออน" วัชพืชคลุมดินที่พบเห็นทั่วไปในประเทศเขตหนาว ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชียกลาง เรื่อยไปจนถึงญี่ปุ่น (ญี่ปุ่นเรียกตัมโปโปะแต่ในเมืองไทยไม่มี เดนดิไลออนมีดอกสีเหลือง ใบเรียวหยัก เว้าๆ แหว่งๆ เมื่อแก่จัดกลีบดอกร่วงเหลือเมล็ดที่มีก้านเป็นพู่สีขาว สำหรับใช้พยุงตัวให้เมล็ดพันธุ์ลอยตามลมแพร่กระจายไปทั่ว

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
ข้อมูล ต้นหญ้า น้ำยาง เดนดิไลออน 
 

ตอนนี้มีอย่างน้อย 3 ชาติ กำลังเร่งมือแข่งขันกันพัฒนาสายพันธุ์ของวัชพืชชนิดหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้สามารถให้น้ำยางได้มากพอสำหรับการเพาะปลูกในระดับอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อใช้มันทดแทนยางพารา ป้อนให้กับอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ในอนาคต 3 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา, เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี ที่กำลังพัฒนาทั้งในแง่ของสายพันธุ์ และในแง่ของกรรมวิธีนำเอายางจากรากของพืชชนิดนี้มาใช้ ซึ่งต่างฝ่ายต่างเก็บเป็นความลับกันอย่างเข้มงวด โดยมีผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ๆ ของโลกให้การสนับสนุนโครงการวิจัยแต่ละโครงการเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

พืชดังกล่าวคือ "เดนดิไลออน" วัชพืชคลุมดินที่พบเห็นทั่วไปในประเทศเขตหนาว ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชียกลาง เรื่อยไปจนถึงญี่ปุ่น (ญี่ปุ่นเรียกตัมโปโปะแต่ในเมืองไทยไม่มี เดนดิไลออนมีดอกสีเหลือง ใบเรียวหยัก เว้าๆ แหว่งๆ เมื่อแก่จัดกลีบดอกร่วงเหลือเมล็ดที่มีก้านเป็นพู่สีขาว สำหรับใช้พยุงตัวให้เมล็ดพันธุ์ลอยตามลมแพร่กระจายไปทั่ว

ส่วนที่มีน้ำยางก็คือ ส่วนรากของมัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่า มีน้ำยางที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับน้ำยางจากต้นยางพารา จัดอยู่ในเกรดที่สามารถนำมาผลิตยางรถยนต์ได้

หลายสิบปีที่ผ่านมา แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะคิดค้นยางสังเคราะห์ขึ้นมาใช้งานหลากหลายอย่างแล้วก็ตาม ยางรถยนต์ก็ยังจำเป็นต้องใช้ยางธรรมชาติหรือยางพาราอยู่ดี เพื่อให้มียางรถยนต์ที่ผลิตได้ยังคงความยืดหยุ่นได้นาน ไม่มีรอยปริแตกเร็วและลุกลามไปเรื่อยๆ ยางรถยนต์นั่งทั่วไปต้องมีส่วนผสมของยางธรรมชาติ 10-40 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ยางรถบรรทุก และยางล้อเครื่องบินยิ่งจำเป็นต้องใช้ส่วนผสมของยางธรรมชาติมากขึ้นไปอีก

การค้นพบยางจากรากเดนดิไลออนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นการย้อนนำเอาประวัติศาสตร์กลับมาใช้มากกว่าเนื่องจากเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่สอง การค้าระหว่างเอเชียกับสหรัฐอเมริกา, ยุโรป และสหภาพโซเวียตถูกตัดขาดออกจากกัน ประเทศเหล่านี้ก็อาศัยเดนดิไลออนนี่แหละเป็น "ยางในภาวะฉุกเฉิน" แม้ว่าผลผลิตตามธรรมชาติจะไม่คุ้มค่าเท่าใดนักก็ตาม

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามทำก็คือ การปรับปรุงสายพันธ์ของเดนดิไลอออนสายพันธุ์คาซักสถาน (หรือเรียกอีกชื่อว่าสายพันธุ์รัสเซีย) ซึ่งเดิมมีรากที่ให้น้ำยางมากกว่าทุกสายพันธุ์อยู่แล้ว ให้มีรากใหญ่ขึ้นให้น้ำยางมากขึ้นนอกจากนั้น ก็ยังมีการพัฒนาจากต้นที่มีลำต้นเตี้ยๆ คลุมดิน ให้กลายเป็นพืชที่มีต้นชะลูดสูงราว 30 เซนติเมตร เพื่อให้เหมาะกับการใช้เครื่องจักรเก็บเกี่ยว

ในสหรัฐอเมริกา โครงการปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ของเดนดิไลออนที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก บริดจ์สโตน ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก เน้นหนักไปในแนวทางใช้การตัดต่อพันธุกรรม หรือจีเอ็ม จากการทดลองปลูกในแปลงทดลองขนาดเล็กพบว่า ในพื้นที่ 1 เฮกแตร์ (ราว 10,000 ตารางเมตร) เดนดิไลออนให้น้ำยางสูงถึง 1,500 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งดีพอๆ กับสวนยางพาราที่ให้ผลผลิตดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียเหมือนกัน

ที่เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งใช้วิธีปรับปรุงสายพันธุ์ผ่านการผสม เพื่อปรับปรุงพันธุ์ตามปกติได้ผลผลิตราว 500 กิโลกรัมต่อเฮกแตร์ต่อปี และตั้งเป้าว่าจะพัฒนาให้ได้ถึง 1,000 กิโลกรัม ซึ่งจะทำให้พื้นที่เพาะปลูกขนาดเท่าประเทศออสเตรียสามารถสร้างผลผลิตรองรับความต้องการยางธรรมชาติของทั้งโลกได้

แม้ว่าผู้ผลิตยางรถยนต์จะยืนยันว่า ยางจากเดนดิไลออนจะไม่นำมาใช้แทนที่ยางพารา แต่ใช้เพื่อเสริมซึ่งกันและกัน ป้องกันการขึ้นลงของราคา และการขาดแคลนเฉียบพลัน เมื่อยางถูกโจมตีโดยเชื้อราบางอย่าง ซึ่งทำให้ยางพาราไม่สามารถเพาะปลูกได้ในประเทศบราซิล แหล่งต้นกำเนิดของมันอีกต่อไป

แต่ข่าวนี้ก็คงถือเป็นข่าวร้ายสำหรับชาวสวนยางพาราอยู่ดีนั่นเอง

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
ต้นน้ำยาง เดนดิไลออน

Dandelion plants

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
อย่างไรก็คือ ผัว

คำว่าผัว หัวล้านแก่ แต่เคารพ
ชอบไปคบ สาวอื่น ชื่นสดใส
ทำเจ้าชู้ ชูหัวงู ดูเศร้าใจ
ทำยังไง มันก็ผัว ไอ้ตัวดี
ถึงอ้วนพุ้ย พุงใหญ่ ใช่อุปสรรค
มีกิ๊กกั๊ก ลักไก่ ไปทุกที่
ทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่ ไม่รอรี
ผัวอย่างนี้ ก็ต้องปล่อย คอยทำใจ
เพราะผัวเป็น เพื่อนคู่คิด ชีวิตคู่
มันเลี้ยงดู ลูกเมียมา น่าเลื่อมใส
ถึงจะผิด คิดทะเล้น ไม่เป็นไร
ก็ทนได้ ไม่ถือโทษ โกรธเคืองมัน
ถึงอย่างไร ก็เป็นผัว แม้นชั่วบ้าง
ก็ไม่ขวาง ทางสนุก ปล่อยสุขสันต์
ผัวก็ยัง เป็นผัวอยู่ ผู้สำคัญ
ต้องกัดฟัน ปล่อยวาง เสียบ้างเอย....
✩★
ติดตามคอลัมน์นี้ได้อีกที่ www.facebook

เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น