ไม้ผลต่างประเทศ

เลือกForums

9 posts / 0 new
กระทู้ล่าสุด
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
ไม้ผลต่างประเทศ

แอพพิคอท พันธุ์ คอสเอ็น แคนดี้ ( Cot-n-Candy Apricots ) : ขายกล้าละ 150 บ.

( กล้าสูงประมาณ 30 ซม. / ปักชำกิ่งส่วนยอด ) * สนใจติดต่อมาจร้า

หรือโทร 085-7208820( คุณ อิ-กอร์ ) ...คอสเอ็น แคนดี้ เป็นผลไม้ที่มีผลขนาดเล็ก

แต่ให้ผลดกลักษณะเป็นพวง ผลมีสีสันสดใส ในช่วงแรกจะมีผลเป็นสีเหลืองอ่อนอมชมพู

แต่พอแก่ตัวเต็มที่แล้วจะเป็นเป็นสีแดงทับทิมเบอรี่ รสชาติหวานแต่แอบเปรี้ยวนิด

นิยมทานผลสดและสามารถนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง ปลูกง่าย เจริญเติบโตไว้

ไม่จำเป็นต้องเอาใจใส่มาก ชอบแดด และที่โล่ง ติดดอกในช่วงฤดูหนาว

และติดผลในช่วงฤดูร้อนของทุกปี จร้า...

 
admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
เมอร์เล่ย์เบอรี่ พันธุ์

เมอร์เล่ย์เบอรี่ พันธุ์ เมย์เบอรี่ ( May Murray Berry ) : ขายกล้าละ 150 บ.

( มาจากการทาบกิ่ง ) *สนใจติดต่อมาจร้า หรือโทร 085-7208820

( คุณ อิ-กอร์ ) ... เมย์เบอรี่ เป็นความหลากหลายของผลเบอรี่ชนิดหนึ่ง

อยู่ในวงค์เดวกับกุหลาบเถาว์ ผลสุกมีสีส้ม จากนั้นก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็น

สีแดง - น้ำตาล และดำตามลำดับ มีรสชาติหวานหอมเบอรี่

ชอบแดดและอากาศร้อนมาก ปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย

ปลูกแค่ปีเดียวได้ผลผลิตจร้า...

 

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
คีเปล ชอบความชุ่มชื้นครับ

คีเปล ชอบความชุ่มชื้นครับ รดน้ำชุ่มหน่อย แสงแดดส่องถึง บำรุงใส่ปุ๋ย จะออกดอกผลได้ตั้งแต่ อายุ 3-4 ปีครับ ออกผลปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วง เดือนธ.ค.-มี.ค. และช่วงมิ.ย.- ก.ค. ครับ 
สรรพคุณเด่นๆ ของไม้ชนิดนี้ คือ เมื่อรับประทานผลแล้วจะทำให้เหงื่อหรือกลิ่นตัวหอมสดชื่น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร คือ ช่วยให้ถ่ายปัสสาวะได้คล่อง และ มีกลิ่นหอม คีเปล เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่บางต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 21 เมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 40 เซนติเมตร 
คีเปล ชอบความชุ่มชื้นครับ รดน้ำชุ่มหน่อย แสงแดดส่องถึง บำรุงใส่ปุ๋ย จะออกดอกผลได้ตั้งแต่ อายุ 3-4 ปีครับ ออกผลปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วง เดือนธ.ค.-มี.ค. และช่วงมิ.ย.- ก.ค. 

อายุ 3-4 ปี สามารถออกดอกออกผลได่แล้ว

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
คีเปล หรือ STELESHOCARPUS

คีเปล หรือ STELESHOCARPUS BURAHOL (BLUME) HOOK.F-THOMS (ANNON) ชื่อสามัญ KEPEL เป็นไม้ในวงศ์กระดังงายืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยว ออกสลับ รูปรี ปลายแหลม โคนสอบ ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและกิ่งก้าน มีดอกย่อยหลายดอก มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ สีเหลือง มีกลิ่นหอมแรงทั้งวัน ใจกลางดอกมีเกสรเป็นกระจุก
สรรพคุณเด่นๆ ของไม้ชนิดนี้ คือ เมื่อรับประทานผลแล้วจะทำให้เหงื่อหรือกลิ่นตัวหอมสดชื่น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร คือ ช่วยให้ถ่ายปัสสาวะได้คล่อง และ มีกลิ่นหอม คีเปล เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่บางต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 21 เมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 40 เซนติเมตร
ลักษณะลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาเป็นจำนวนมาก เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับตามกิ่ง รูปทรงรี กว้างราว 3 – 5 เซนติเมตร ยาว 6 – 8 เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายใบแหลมขอบใบเรียบ ใบอ่อนสีแดงชมพู ใบแก่สีเขียว ดอกออกเป็นช่อตามต้นแลกิ่งขนาดเล็กสีเหลือง ส่งหลิ่นหอมทั้งวัน ออกดอกปีละ 2 ครั้ง ผลของคีเปลออกตามลำต้นห้อยระย้าจำนวนมาก เปลือกผลอ่กนสีน้ำตาลแก่ผิวหยาบ เมื่อแก่ผิวเรียบสีขาวอมเหลือง และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่จัด มีกลิ่นหอมมาก รสหวานมีน้ำมาก มีเนื้อน้อย เพราะเมล็ดมีขนาดใหญ่เกือบเต็มผล สีน้ำตาลแก่ ในหนึ่งผลจะมีเมล็ด 3-6 เมล็ดคีเปลขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง ชอบความชุ่มชื้นหรือร่มเงา 
การเพาะเมล็ด :เนื่องจากเมล็ดคีเปลแข็งและหนา จึงต้องใช้ตะใบขัดถูหือทำลายเปลือกหุ้มเมล็ดมนแตกออกก่อนแล้วจึงนำมาเพาะลงกระถางจนอายุ 0.5-1.5 ปี จึงย้ายปลูกได้ ต้นไม้ชนิดนี้จะเริ่มติดผลเมื่ออายุ 3-6 ปี ปีละ 2 ครั้ง คือ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคม และ มิถุนายน-กรกฎาคม แต่ในช่วงนี้จะติดผลน้อยกว่าช่วงแรก โดยใช้เวลาตั้งแต่เริ่มออกดอก จนกระทั่งติดผลนาน 3.5-4 เดือน ผู้มีบทบาทสำคัญคือ ผู้ว่า DIY Sri Paku AlamVII . เล็งเห็นความสำคัญของต้น คีเปล ซึ่งป็น ต้นไม้หายาก และ ใกล้สูญพันธุ์จึงออกคำสั่งให้อนุรักษ์ ต้นไม้นี้เอาไว้ 
คีเปลเป็นไม้ผลที่น่าสนใจตรงที่นอกจากจะดอกหอมแล้วผลของเขาก็หอมและทานได้ ดอกมีกลิ่นหอมและใบอ่อนเขาจะสวยคือมีสีแดงอมชมพูแต่ได้ทดลอง ซื้อมาปลูกหลายครั้ง ครั้งแรกๆ ที่เคยได้เห็นก็ซื้อมาต้นละประมาณ 3,500 บาท ต้นสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร ราคา 15,000 จากร้านวิเศษพันธุ์ไม้(บางขุนนนท์) แต่พอปลูกได้ไม่นาน ต้นก็ค่อยๆ ทยอยตายไปทีละต้นสองต้น จนกระทั่งขณะนี้เวลาผ่านไป 4 ปีแล้ว ที่บ้านผม ซึ่งการเติบโตไปไม่ถึงไหน ต้นที่เหลือขณะนี้ผ่านมา 4 ปี สูงประมาณ 120 เซนติเมตร เท่านั้น มันคงเป็นเพราะ ดิน ฟ้า อากาศ ไม่เอื้ออำนวยแบะการบำรุงรักษาไม่ดี ผิดกับที่บ้านพันผาสวรรค์ อ.ทองผาภูมิ ที่สามารถปลูกผลไม้ได้ทุกชนิด เพราะอากาศที่นั่นช่วงร้อนก็ร้อนจัด พอหนาวก็หนาวจัด พอถึงฤดูฝนๆ ก็ตกหนัก และผลได้ลองซื้อคีเปลมาปลูกใหม่ ประมาณ 500 กว่าต้น ต้นสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ขณะนี้ป่านมา 3 ปี กว่า บางต้นมีความสูงเกือบ 300 เซนติเมตร คาดว่าสัก 1-2 ปี น่าจะออกดอกผลให้ชมกันบ้าง
ที่มา : 
ดร.ไพโรจน์ สุขจั่น.คู่มือเกษตรกรไทย ปลูกไม้ยืนต้น ผลกินได้ โครงการลดภาวะโลกร้อน

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
(ไม่มีชื่อ)

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
            มะนาวนิ้วมือ
 
 
มะนาวชนิดนี้ เป็นไม้พื้นเมือง ของประเทศออสเตรเลีย พบขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายทั่วไป มีหลายสายพันธุ์เกินกว่า 16 ชนิด มีข้อแตกต่างกันที่สีของเปลือกผลและสีของเนื้อในผล เช่น ชนิดเปลือกผลสีแดงเนื้อในเป็นสีแดง ชนิดเปลือกผลสีม่วงเนื้อในกลับเป็นสีแดง หรือชนิดเปลือกผลสีม่วงอมแดงเนื้อในเป็นสีชมพู และชนิดเปลือกผลสีเหลืองเนื้อในเป็นสีอำพันเป็นต้น ในประเทศไทยมีปลูกและขยายพันธุ์นานหลายปีแล้วมะนาวนิ้วมือ หรือ AUSTRALIAN FINGER LIME และ CAVIER LIME เป็นไม้ยืนต้น สูงกว่า 6 เมตร ลำต้นมีหนามแหลมและยาว ใบออกสลับรูปกลมกว้างปลายแหลมเป็นติ่งเล็กน้อย โคนป้าน ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบโดยลักษณะดอกเหมือนกับดอกมะนาวทั่วไปทุกอย่าง เป็นสีขาว “ผล” กลมยาวประมาณ 12 ซม. คล้ายนิ้วมือคน จึงตั้งชื่อว่า “มะนาวนิ้วมือ” ดังกล่าว เนื้อในผลเป็นเม็ดกลมๆ จำนวนมากเหมือนไข่ปลาคาเวียร์ ภายในเม็ดมีน้ำใสสีสัน ตามสายพันธุ์ที่กล่าวข้างต้น เม็ดดังกล่าวไม่ติดเปลือกผล ใช้ช้อนตักเคี้ยวจะแตกในปากมีน้ำออกมารสเปรี้ยวจัดเช่น น้ำมะนาวทุกอย่าง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า CAVIER LIME ประโยชน์ นิยมเอาเนื้อในรสเปรี้ยวจัดปรุงอาหารคาวหวานหลายอย่าง ชาวต่างชาติชื่นชอบมาก ปัจจุบันมีผลวางขายตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆหลายแห่ง ติดผลทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยระบบเสียบยอดกับตอส้มโอใคร ต้องการต้นไปปลูกติดต่อ “สวนสุโขทัย” แหล่งขยายพันธุ์ “มะนาวนิ้วมือ” ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เกือบทุกสี ทุกพันธุ์ โทร.08–9790–1057 หรือไปซื้อที่งานพฤกษาสยาม ชั้น 4 เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ กทม. ระหว่างวันที่ 29 พ.ค.-7 มิ.ย. บริเวณ ล็อกบี 60–61 และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ โครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ข้อมูลจากไทยรัฐ

 

 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
จำหน่ายเป็นชุด 1 ชุด มี 5

มะนาวนิ้วมี 21 สายพันธุ์   ดังนี้

1 Red Champagne 
2 Pink ice 
3 Tasty green 
4 Green Alstonville 
5 Jali red 
6 Australian blood lime 
7 Pink pearl 
8 Crimson Tide 
9 Collete 
10 Purple bliss 
11 Sunshine yellow 
12 Wauchoupe 
13 Byron sunrise 
14 Rick red 
15 Emma 
16 Mai rose 
17 Judy everbearing 
18 Desert Lime 
19 Sunrise lime 
20 Rainforest Pearl 
21 Little Ruby 
22 D’emerald 
23 Green Sapphire 

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
มะนาว'คาเวียร์

มะนาว'คาเวียร์'พืชทำเงินตัวใหม่รสเปรี้ยว-ใช้ปรุงอาหารหรู

มะนาว'คาเวียร์'พืชทำเงินตัวใหม่รสเปรี้ยว-ใช้สำหรับปรุงอาหารหรู : ดลมนัส กาเจ

            ในยุคโลกไร้พรมแดน ดูเหมือนว่าภาคการเกษตรของไทยได้มีการนำพืชชนิดใหม่ๆ จากต่างประเทศ ที่สามารถปลูกได้ และเจริญเติบโตได้ในสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยมาปลูกเป็นจำนวนมาก อย่าง "มะนาวคาเวียร์" หรือ "มะนาวมือ" ก็เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนำมาปลูก ถือเป็นพืชที่น่าจับตามอง เพราะมีคนปลูกน้อย ตลาดต้องการอีกมาก มีราคาแพง โดยเฉพาะร้านอาหารตามโรงแรมชั้นนำ ภัตตาคาร และร้านอาหารญี่ปุ่น อย่างนักสะสม และขยายพันธุ์ไม้

            "สมเจตน์น์ พิมพ์ทอง" เจ้าของฉายา "ทิดโส โม้ระเบิด" ก็อีกคนหนึ่งที่ได้ปรับปรุง "มะนาวคาเวียร์" ปลูกที่บ้าน ในซอยสุขุมวิท 93 ย่านบางจาก กรุงเทพฯ ปรากฏว่า สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการผลิตแทบไม่ทัน

            สมเจตน์ บอกว่า มะนาวมือนิยมปลูกในประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันมีเกษตรกรเริ่มสนใจปลูกมะนาวมือมากขึ้น อย่างในช่วงที่ผ่านมา มีลูกค้าต้องการกิ่งนับพันกิ่ง แต่ยังไม่สามารถผลิตได้ทัน ต้องทยอยส่งเท่าที่มีก่อน ล่าสุดต้องขยายพื้นที่ปลูกไปยัง จ.ลพบุรี เพื่อขยายกิ่งให้เพียงต่อความต้องการ ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการปลูกในวงท่อซีเมนต์ด้วยแล้ว เน้นการผลิตผล เนื่องจากตลาดต้องการสูง เพราะการนำเข้าราคาสูง ตก กก.ละ 2,700 บาท หากติดเป็นผลตกผลละ 200 บาท ปัจจุบันหากเกษตรกรปลูกและให้ผลผลิตเขายินดีที่รับซื้อไม่อั้น เพราะมีโรงแรมชั้นหนึ่งหลายแห่งมีความต้องการอยู่

            ลักษณะทั่วไปของมะนาวนิ้วมือ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเรียวเล็กคล้ายมะขวิด มะสัง มีหนามแหลม การแตกกิ่งแตกยอดจะออกรอบต้น ดอกเล็กๆ สีขาวเหมือนมะนาวทั่วไป ออกดอกตามซอกใบ ติดผลลักษณะเดี่ยว ไม่เป็นพวงเหมือนมะนาวทั่วไป รูปทรงผล เรียวยาวเหมือนนิ้วมือคน ขนาดเท่านิ้วชี้คน สีเปลือกหลากหลาย ทั้งเขียว แดง ชมพู ม่วง น้ำตาล เหลือง สีเนื้อ ขาว เขียว เหลือง ชมพู แดง ม่วง เนื้อมะนาว มีลักษณะเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ อัดแน่นอยู่ในผลคล้ายกินไข่ปลาคาเวียร์

            ปัจจุบันมะนาวนิ้วมือที่นิยมปลูกมี 16 สายพันธุ์ แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Red Champagne เปลือกสีแดง เนื้อสีแดง, Crimson Tide เปลือกสีม่วง เนื้อสีแดง, Mia Rose เปลือกสีม่วงแดง เนื้อชมพูเข้ม, Jali Red เปลือกสีม่วง เนื้อชมพู, Rick Red เปลือกสีแดง เนื้อชมพู, Byron Sunrise เปลือกม่วงแดง เนื้อชมพู, Judy Everbearing เปลือกสีม่วง เนื้อชมพูอ่อน เป็นต้น

            "ที่จริงมะนาวนิ้วมือนิยมปลูกในประเทศออสเตรเลีย แต่เติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ตอนนี้ที่บ้านเราราคาแพงมาก นิยมนำไปใช้สำหรับปรุงอาหารในภัตตาคารชั้นนำ ร้านอาหารของโรงแรม และร้านอาหารญี่ปุ่น เวลาใช้คือจะขูดเนื้อออกจากผล มาคลุกเคล้าหรือวางประดับหน้าอาหาร เวลาเคี้ยวจะแตกดังเป๊าะในปาก คล้ายกินไข่ปลาคาเวียร์ รสเปรี้ยว เหมือนมะนาวทั่วไป มีกลิ่นหอมคล้ายมะนาวแป้นผสมเลมอน เพื่อเพิ่มความสวยงามและรสชาติให้อาหารต่างๆ หรืออาจจะนำไปผสมกับเครื่องดื่มให้มีรสชาติดียิ่งขึ้น บ้างก็นำไปเพิ่มความหอมให้ขนมและของหวานต่างๆ อาทิ ไอศกรีม ที่จะนำมะนาวนิ้วมือสีเทสตี้กรีน ไปแช่แข็งแล้วนำมาฝนลงในไอศกรีมเพื่อเพิ่มความหอมของมะนาว" สมเจตน์ กล่าว

            สำหรับการปลูกและบำรุงรักษา สมเจตน์ บอกว่า เหมือนมะนาวทั่วไป ชอบดินร่วน รดน้ำตามปกติ ไม่ชอบชื้นแฉะ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ทางออสเตรเลียจะพักต้น ซึ่งหากปล่อยตามปกติ ทางเมืองไทยจะเริ่มติดดอก ดังนั้น เมื่อนำมาปลูกและดูแลอย่างดี สามารถทำให้เป็นมะนาวนอกฤดูของทางออสเตรเลีย หากมีปริมาณที่เพียงจะส่งออกไปออสเตรเลียได้ในอนาคต

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชักลึก

admin
Offline
Joined: 09/04/2011 - 16:45
คุณค่าทางโภชนาการของมะเดื่อฝร

คุณค่าทางโภชนาการของมะเดื่อฝรั่งแห้ง ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 249 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 63.87 กรัมมะเดื่อ
  • น้ำตาล 47.92 กรัม
  • เส้นใย 9.8 กรัม
  • ไขมัน 0.93 กรัม
  • โปรตีน 3.3 กรัม
  • วิตามินบี1 0.085 มิลลิกรัม 7%
  • วิตามินบี2 0.082 มิลลิกรัม 7%
  • วิตามินบี3 0.619 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี5 0.434 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี6 0.106 มิลลิกรัม 8%
  • วิตามินบี9 9 ไมโครกรัม 2%
  • โคลีน 15.8 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินซี 1.2 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินเค 15.6 ไมโครกรัม 15%
  • ธาตุแคลเซียม 162 มิลลิกรัม 16%
  • ธาตุเหล็ก 2.03 มิลลิกรัม 16%
  • ธาตุแมกนีเซียม 68 มิลลิกรัม 19%
  • ธาตุแมงกานีส 0.51 มิลลิกรัม 24%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 67 มิลลิกรัม 10%
  • ธาตุโพแทสเซียม 680 มิลลิกรัม 14%
  • ธาตุโซเดียม 10 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุสังกะสี 0.55 มิลลิกรัม 6%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น